Blog
มัดรวม 10 วิธีเลือกเครื่องฟอกอากาศในบ้านสำหรับคนขี้แพ้
อาการภูมิแพ้ที่กวนใจเมื่อตื่นนอน ทั้งคัดจมูก ไอ จาม หรือน้ำมูกไหล อาจเป็นสัญญาณว่าอากาศในบ้านของคุณอาจไม่สะอาดอย่างที่คิด แท้จริงแล้วอากาศภายในอาคารอาจมีมลพิษสูงกว่าภายนอกถึง 5 เท่า การเลือกเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้
นอกจากนี้สำหรับเหล่าทาสแมวที่เป็นภูมิแพ้ เลี้ยงแมวได้ไหม พร้อมแพ้ขนแมว วิธีแก้ บทความนี้จะพาไปดูวิธีเลือก เครื่องฟอกอากาศ และทางเลือกใหม่อย่าง เครื่องเติมอากาศแรงดันบวก ที่จะช่วยแก้ปัญหาฝุ่นในห้องมาจากไหน และจบปัญหาภูมิแพ้
ทำไมคนขี้แพ้ถึงต้องการเครื่องฟอกอากาศพิเศษ?
สภาพแวดล้อมภายในอาคารที่ปิดมิดชิดสามารถกักเก็บสารก่อภูมิแพ้ไว้ได้มากมาย โดยเฉพาะในห้องนอนที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ทำให้ฝุ่นละอองสะสมตัวได้ง่ายกว่าปกติ การเข้าใจถึงสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้คือกุญแจสำคัญในการเลือก “เครื่องเติมอากาศในห้อง” ที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ปอดของคุณต้องทำหน้าที่เป็นเครื่องกรองฝุ่นเสียเอง และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคทางเดินหายใจเรื้อรังในระยะยาว
1. สารก่อภูมิแพ้ในบ้านที่พบบ่อย
ภูมิแพ้ขนสัตว์ เกิดจากโปรตีนขนาดเล็กในรังแค น้ำลาย และปัสสาวะของสัตว์ ไม่ใช่แค่ขน สารเหล่านี้ลอยอยู่ในอากาศได้นานหลายชั่วโมงและเกาะติดแน่นตามเฟอร์นิเจอร์ ทำให้เกิดอาการ แพ้ขนแมว และ แพ้ขนสุนัข ได้แม้ไม่ได้สัมผัสตัวสัตว์โดยตรง ผู้ป่วยมักจะมีอาการคันยุบยิบตามตัว หรือจามต่อเนื่องทันทีที่เดินเข้าห้องที่มีสัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่
แพ้ไรฝุ่น ไรฝุ่นอาศัยอยู่บนที่นอน หมอน พรม และโซฟา กินเศษผิวหนังเป็นอาหาร และเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีความชื้น อาการแพ้เกิดจาก “อุจจาระ” ของไรฝุ่นที่มีอนุภาคเล็กมากจนฟุ้งกระจายในอากาศได้ง่าย ทำให้เกิด ผื่นแพ้ไรฝุ่น และจามไม่หยุดในตอนเช้า การกำจัดไรฝุ่นจึงต้องทำควบคู่กันทั้งการซักล้างและการฟอกอากาศเพื่อดักจับซากไรฝุ่นที่ลอยฟุ้ง
2. อาการภูมิแพ้ที่เครื่องเติมอากาศแรงดันบวกช่วยได้
ระบบทางเดินหายใจ อาการคัดจมูก หายใจลำบาก หายใจไม่ออก และระคายเคืองจมูก อาการเหล่านี้มักเกิดจากการสูดดมฝุ่นละอองและสารก่อภูมิแพ้เข้าไปสะสมในโพรงจมูก การใช้เครื่องฟอกอากาศจะช่วยลดปริมาณสิ่งกระตุ้นเหล่านี้ ทำให้อาการแน่นจมูก หายใจไม่สะดวก วิธีแก้ ที่ดีที่สุดคือการทำให้อากาศสะอาดขึ้น เพื่อให้ปอดได้รับออกซิเจนเต็มที่
ผิวหนัง อาการผื่นแพ้ไรฝุ่น ผื่นคันแพ้ฝุ่น ผื่นแพ้ขนสัตว์ และอาการ คันผิวหนัง มักเกิดจากการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ที่ลอยมาตกกระทบผิวหนัง หรือเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนฝุ่น การลดฝุ่นในอากาศจึงช่วยลดโอกาสที่ผิวจะสัมผัสกับสิ่งสกปรก ลดการอักเสบและการเกิดผื่นแดงตามตัวได้
ดวงตา อาการคันตา ตาแดง และ น้ำตาไหล เป็นปฏิกิริยาตอบสนองเมื่อเยื่อบุตาขาวสัมผัสกับฝุ่นหรือเกสรดอกไม้ที่ลอยฟุ้ง การกรองอากาศให้สะอาดจะช่วยลดการระคายเคืองดวงตา ทำให้ไม่ต้องขยี้ตาบ่อยๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
รีวิวการติดตั้ง และ ใช้งานระบบเติมอากาศ
รีวิวจากประสบการณ์ลูกค้าตัวจริง ที่มอบความไว้วางใจ ติดตั้งระบบเติมอากาศแรงดันบวก Freshnergy…อยากให้คุณลองติดตามอ่าน เพราะมีหลายกรณีที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
10 วิธีเลือกเครื่องฟอกอากาศในบ้านสำหรับคนขี้แพ้
1.แผ่นกรอง True HEPA
แผ่นกรอง True HEPA มาตรฐานขั้นต่ำสามารถกรองได้เพียงอนุภาคขนาด 0.3 ไมครอน ได้ 99.97% เท่านั้น จึงแนะนำเกรด H13 หรือสูงกว่า เพราะมีความละเอียดเพียงพอที่จะดักจับไวรัส แบคทีเรีย และสารก่อภูมิแพ้ขนาดเล็กมากที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการ ภูมิแพ้ กำเริบ
2.แผ่นกรอง Activated Carbon
แผ่นกรอง Activated Carbon ดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์ กลิ่นอับ กลิ่นสัตว์เลี้ยง และ VOCs (สารระเหย) ที่กระตุ้นภูมิแพ้ แผ่นกรองชนิดนี้สำคัญมากสำหรับบ้านใหม่ที่มีกลิ่นสี หรือบ้านที่ตั้งอยู่ใกล้ถนน เพราะช่วยกรองก๊าซพิษที่ HEPA Filter ทั่วไปไม่สามารถจับได้ ช่วยให้หายใจได้สดชื่นและปลอดภัยขึ้น
3.Pre-Filter
Pre-Filter ดักจับฝุ่นละอองขนาดใหญ่และขนสัตว์ เส้นผม หรือใยผ้า ช่วยยืดอายุการใช้งานของแผ่นกรอง HEPA และคาร์บอน ไม่ให้ตันเร็วเกินไป ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากสำหรับบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง เพราะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนไส้กรองหลักได้ในระยะยาว
4.ขนาดห้องและ CADR
ขนาดห้องและ CADR เลือกเครื่องที่มีค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) ที่เหมาะสมกับขนาดห้อง สำหรับคนแพ้หนักควรเลือก CADR สูง เพื่อการหมุนเวียนอากาศที่รวดเร็ว ยิ่งค่า CADR สูง เครื่องยิ่งฟอกอากาศได้รอบห้องถี่ขึ้นช่วยกำจัดฝุ่นที่เพิ่งฟุ้งกระจายได้ทันท่วงที ก่อนที่คุณจะสูดดมเข้าไป
5.ห้องที่ปราศจากโอโซน
ควรหลีกเลี่ยงเครื่องที่ปล่อยโอโซน เพราะจะระคายเคืองระบบทางเดินหายใจและทำให้อาการภูมิแพ้แย่ลง แม้โอโซนจะฆ่าเชื้อโรคได้ แต่ก็เป็นก๊าซพิษต่อปอด หากสูดดมต่อเนื่องอาจทำให้ แสบจมูก ไอแห้ง หรือมีอาการหอบหืดกำเริบได้ จึงควรเลือกแบบ Ozone-free 100%
6.การทำงานเงียบ (โหมดกลางคืน)
สำหรับห้องนอน ควรเลือกเครื่องที่มีระดับเสียงต่ำกว่า 30 เดซิเบลในโหมดกลางคืน เพื่อให้หลับสบายไร้เสียงรบกวน การนอนหลับที่ดีสำคัญต่อการฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน หากเครื่องเสียงดังเกินไปอาจทำให้นอนไม่หลับและส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมได้
7.เซ็นเซอร์ PM2.5 และโหมด Auto
เซ็นเซอร์ PM2.5 อัตโนมัติ เพื่อปรับความเร็วพัดลมเองตามปริมาณฝุ่นจริงในขณะนั้น ช่วยให้เราทราบถึงคุณภาพอากาศภายในห้องได้ทันที และเครื่องจะเร่งการทำงานเมื่อตรวจพบฝุ่นเยอะ เช่น ตอนกวาดห้อง หรือตอนแป้งฝุ่นฟุ้งกระจาย
8.ค่าใช้จ่ายแฝง (ราคาและอายุแผ่นกรอง)
พิจารณาค่าใช้จ่ายระยะยาวของแผ่นกรองทดแทน เพราะเครื่องฟอกอากาศต้องเปลี่ยนไส้กรองทุก 6-12 เดือน ควรเช็คราคาอะไหล่ก่อนซื้อตัวเครื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าคุ้มค่าและสามารถหาซื้อเปลี่ยนได้ง่ายในอนาคต
9.โหมดสัตว์เลี้ยง (Pet Mode)
บางรุ่นมีโหมดเฉพาะเพื่อดักจับขนและรังแคสัตว์เลี้ยงในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมักจะเพิ่มแรงดูดที่ช่องลมเข้าและออกแบบช่องลมให้กว้างขึ้น เพื่อป้องกันขนสัตว์อุดตัน ภัยเงียบ เลี้ยงสุนัขในห้องนอน ตอบโจทย์คนที่เลี้ยงน้องหมาน้องแมวในระบบปิด
10.งบประมาณและแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ
พิจารณาแบรนด์ที่รู้จักดีและมีรีวิวดี เพื่อคุณภาพและบริการหลังการขาย การมีศูนย์ซ่อมหรือการรับประกันที่ชัดเจนช่วยให้อุ่นใจได้มากกว่า โดยเฉพาะเมื่อเครื่องมีปัญหาหรือต้องการคำแนะนำการใช้งาน
ทางเลือกใหม่ที่ดีกว่า? "ระบบระบายอากาศแบบ Positive Pressure"
เครื่องฟอกอากาศทั่วไป
- กรองอากาศที่มีอยู่ภายในห้อง
- เป็นวิธี “ตั้งรับ” แก้ปัญหาเมื่อสารก่อภูมิแพ้เข้ามาแล้ว
- ไม่สามารถป้องกันมลพิษภายนอกเข้ามาได้
ระบบ Positive Pressure (Freshnergy)
- ดึงอากาศภายนอกเข้ามา กรองอย่างละเอียด
- “เติม” อากาศบริสุทธิ์เข้าไปในบ้าน สร้างแรงดันบวก
- “ผลัก” อากาศเก่าและสารก่อภูมิแพ้ออกไป
- ป้องกันมลพิษภายนอกเข้าสู่บ้านได้โดยตรง
- สร้าง “ห้องความดันบวก” คล้ายห้องปลอดเชื้อในโรงพยาบาล
ประโยชน์ของระบบ Positive Pressure ของ Freshnergy
- ห้องความดันบวก (Allergen Barrier) ป้องกัน PM2.5, เกสร, และมลพิษภายนอกไม่ให้เข้ามาในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- อากาศบริสุทธิ์ (ลด CO2) ด้วยอากาศใหม่ไหลเวียนต่อเนื่อง ลด CO2 สะสม ทำให้สดชื่น ตื่นตัว และสบายตัว
- การกรองประสิทธิภาพสูง ด้วยแผ่นกรอง Medical Grade HEPA H13 และ Activated Carbon ดักจับฝุ่นละเอียดและกลิ่น
- ควบคุมและตรวจสอบง่าย เพราะเป็นการควบคุมการทำงานและตรวจสอบคุณภาพอากาศผ่านแอปพลิเคชัน
8 เคล็ดลับลดฝุ่นในห้องเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
1.ทำความสะอาดเป็นประจำ
เช็ดพื้นผิวด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ และดูดฝุ่นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง การใช้ผ้าแห้งหรือไม้กวาดจะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายมากขึ้น ควรเน้นดูดฝุ่นตามซอกมุม ใต้เตียง และหลังตู้ ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของ ไรฝุ่น
2.ซักผ้าปูที่นอนด้วยน้ำร้อน
ซักผ้าปูที่นอนในน้ำร้อน (60°C ขึ้นไป) เพื่อฆ่าไรฝุ่นให้ตายสนิท เพราะไรฝุ่นทนต่อสารเคมีแต่ไม่ทนความร้อน การซักด้วยน้ำอุณหภูมิปกติอาจทำความสะอาดได้แค่คราบสกปรกแต่ไม่สามารถกำจัดตัวไรฝุ่นที่เป็นต้นเหตุของภูมิแพ้ได้
3.ลดของตกแต่งและพรม
จัดห้องให้เป็นระเบียบ ลดของตกแต่งและพรม เพื่อลดการสะสมของฝุ่น พรมและตุ๊กตาขนฟูคือแหล่งกักเก็บฝุ่นชั้นดีที่ทำความสะอาดยาก หากเลี่ยงไม่ได้ควรเลือกใช้พรมที่ขนสั้นและสามารถถอดซักได้ง่าย
4.ดูแลสัตว์เลี้ยง
อาบน้ำและแปรงขนสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ จำกัดบริเวณไม่ให้เข้าห้องนอน หากมีอาการ แพ้ขนสัตว์ ควรแปรงขนนอกบ้านเพื่อลดการฟุ้งกระจายของรังแคในบ้าน และหมั่นทำความสะอาดเบาะนอนของสัตว์เลี้ยงบ่อยๆ
5.ควบคุมความชื้น
ใช้เครื่องลดความชื้นเพื่อป้องกันไรฝุ่นและการเติบโตของเชื้อรา ความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 40-60% หากห้องชื้นเกินไปจะเป็นสวรรค์ของไรฝุ่นและเชื้อรา ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดอาการ ภูมิแพ้ และหอบหืดได้ง่าย
6.ปิดประตูหน้าต่าง
ปิดประตูและหน้าต่างในช่วงที่มีค่า PM2.5 สูง หรือช่วงที่มีการเผาขยะใกล้บ้าน เพื่อลดปริมาณฝุ่นที่จะเข้ามาสะสมในห้อง และช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องฟอกอากาศให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น
7.ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ
วิธีการดูแลตัวเองเพื่อล้างสารก่อภูมิแพ้จากโพรงจมูก ช่วยชะล้างน้ำมูก ฝุ่นละออง และเชื้อโรคที่เกาะอยู่ภายใน ทำให้โพรงจมูกโล่ง ลดอาการ คัดจมูก และช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้นทันทีหลังทำ
8.ปรึกษาแพทย์
สำหรับอาการภูมิแพ้ที่รุนแรงหรือไม่หายขาด แม้จะปรับสภาพแวดล้อมแล้ว การพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำ Skin Test จะช่วยให้รู้สาเหตุที่แท้จริงและได้รับการรักษาที่ตรงจุด ทั้งการใช้ยาหรือการฉีดวัคซีนภูมิแพ้
การเลือกเครื่องฟอกอากาศในบ้านที่ได้มาตรฐาน คือจุดเริ่มต้นที่ดีในการดูแลสุขภาพปอด แต่หากคุณต้องการทางออก การติดตั้งระบบระบายอากาศแบบ Positive Pressure ของ Freshnergy จะช่วยเปลี่ยนบ้านของคุณให้เป็นเซฟโซนปลอดฝุ่น ปลอดภูมิแพ้
แต่หากคุณกำลังมองหาเครื่องเติมอากาศ หรือเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี คลิกอ่านต่อ หรือหากบทความนี้มีประโยชน์ อย่าลืมแชร์บทความนี้ให้คนที่คุณห่วงใยเพื่อสุขภาพปอดที่ดีไปด้วยกัน
Related Posts
เจ็บจริง… แต่มีทางออก! วิธีรับมือภูมิแพ้จากฝุ่นในบ้าน
-
Posted by
Editor
- 0 comments
เผยสูตรพลิกเกม ‘คลินิกปลอดฝุ่น’ ด้วยเทคโนโลยี Positive Pressure
-
Posted by
Editor
- 0 comments
สร้างมาตรฐาน “โรงเรียนปลอดฝุ่น” ด้วยนวัตกรรมระบบเติมอากาศแรงดันบวก
-
Posted by
Editor
- 0 comments
“เครื่องฟอกอากาศ” ก็ไม่พอ! บ้านยุคใหม่ต้องมี “ระบบเติมอากาศในบ้าน”
-
Posted by
Editor
- 0 comments
ทาสขี้แพ้ต้องรู้ กำจัด “ขนสัตว์และไรฝุ่น” ตัวร้ายให้อยู่หมัด
-
Posted by
Editor
- 0 comments
หยุดฤดูระบาด! 5 “ป่วยติดเชื้อทางเดินหายใจ” ที่ระบบเติมอากาศแรงดันบวกช่วยได้
-
Posted by
Editor
- 0 comments
หน้าฝนแต่ร้อนสุดๆ ตรวจสอบสภาพอากาศวันนี้ต้อง Mask ไหม?
-
Posted by
Editor
- 0 comments
เครื่องฟอกอากาศ ช่วยได้จริงไหม หรือแค่เปลืองไฟ
-
Posted by
Editor
- 0 comments
ภูมิแพ้ฝุ่น ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เช็ควิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
-
Posted by
Editor
- 0 comments
เครื่องกรองฝุ่น คุ้มจริงหรือแค่เปลืองไฟ? รีวิวเจาะลึกก่อนตัดสินใจซื้อ
-
Posted by
Editor
- 0 comments
หายใจไม่โล่ง? เปิดต้นตอ ฝุ่นในห้องเยอะ
-
Posted by
Editor
- 0 comments
ภูมิแพ้อากาศรักษาได้ ไม่ต้องใช้ยา! เช็กลิสต์วิธีแก้แบบธรรมชาติ
-
Posted by
Editor
- 0 comments